19 กันยายน 2552
posted on 21 Sep 2009 18:17 by dl2sun19 กันยายน 2552
เป็นวันร้ายที่สุดสำหรับผู้หญิงคนหนึ่ง
และเป็นวันที่ดีที่สุดสำหรับเธอด้วย
ความจริงที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน
และเป็นความจริงที่ตัวเธอเองยังไม่อาจรู้ว่าจริงหรือไม่
แต่สิ่งที่เธอเองได้รู้ในวันนี้
หนึ่งนั้นคือความเสียใจ
เสียใจแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน...
เสียน้ำตา...กรีดร้องเหมือนคนบ้า
เสียความรู้สึก...จนแทบจะสิ้นสติ
ความสับสนบังเกิดขึ้นในห้วงแห่งความคิด
ความสับสนระหว่างอารมณ์โทสะกับสิ่งที่เรียกว่าความกตัญญู
แม้กระทั่งตอนนี้เธอก็ยังสับสน
...คนที่สร้างหนี้สินให้เธอรับผิดชอบหลายแสนล้านบาท...
ขณะที่เธอกำลังจะเรียนจบมีอนาคตที่สดใส....ในอีกหกเดือนข้างหน้า
โดยที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าหนี้สินนั้นมันเพิ่มพูนมาจากไหน
...คือคนเดียวกับคนที่เลี้ยงเธอมายี่สิบกว่าปี...
...คือคนเดียวกับที่โกหกเธอและโกหกคนอื่น...
ในวินาทีนั้นเธอได้แต่คร่ำครวญ...
“เงินเหล่านั้นไม่ได้นำมาใช้กับเรื่องเรียนของฉันอย่างที่เค้าอ้างเลย...เงินเหล่านั้นพอกพูนมาจากไหน...ที่เรียนอยู่ตอนนี้ก็เป็นเงินทุนจากผู้อุปการะทั้งนั้น...แล้วหนี้เหล่านี้มันคืออะไร...สิ่งที่ฉันเองไม่ได้สร้าง...ทำไมฉันเองจะต้องตกเป็นคนรับผิดชอบด้วย...”
ใจหนึ่งนั้นคือโทสะและความโกรธ...ไม่อาจให้อภัย
อีกใจหนึ่งนั้นคือสิ่งที่พระพุทธองค์พร่ำสอนที่เรียกว่าความกตัญญู
ยิ่งเค้าบอกว่าจำนวนเงินที่ว่านั้นถูกโกง...ทั้งๆที่ไม่ได้ยืมมามากขนาดนั้นแต่กลับต้องจ่ายให้เค้าเป็นกี่สิบเท่า
แต่จะทำยังไงได้ละ...แค่จำนวนเงินเดิมที่ไม่ได้โกง...ก็ไม่มีปัญญาจะจ่ายให้เค้าแล้ว
คิดแล้วเธอเองยิ่งรู้สึกเจ็บแค้น...และโกรธคนที่โกงเงินคนนั้นยิ่งกว่าอะไร...อยากจะสาปแช่ง
...แต่หนึ่งใจกลับบอกว่า
“ให้คิดซะว่ามันเป็นกรรม...ชาติที่แล้วเราคงไปทำกับเค้าไว้เยอะ”
ถือว่าชดใช้กรรมให้ละกัน...ทั้งเจ้าหนี้ของเธอ...และบุพการีของเธอ
ถือว่าทดแทนคุณด้วยละกัน...ที่บุพการีของเธอเลี้ยงมา...อาจใช้เงินมากกว่านี้ก็ได้
แต่ในใจยังคิดไม่ตก...เกิดความน้อยใจในชะตาชีวิต...สิ่งที่ได้มา...ไม่เคยอยู่ได้นานจริงๆ
ชีวิตเธอมันก็เป็นแบบนี้แหละ...ได้มาไม่นานก็ต้องเสียไป...ตั้งแต่จำความได้แล้วหละ
แม้แต่ตอนนี้ก็ยังสับสน...ควรวางความรู้สึกของตัวเองไว้ที่ส่วนไหนดี
ความโกรธยังคงกรุ่นในใจ...แต่ถูกกดไว้ด้วยธรรมะที่ยังพอมีอยู่บ้าง
ใจหนึ่งก็โกรธ...ใจหนึ่งก็เป็นห่วง...
ตอนนี้ที่บ้านจะเป็นอย่างไร...จะอยู่กันอย่างไร
ในช่วงเวลาแห่งความสับสนนี้...มีหนึ่งคนที่คอยเคียงข้าง
คนที่เธอเองไม่เคยคิดว่าจะต้องมารับรู้เรื่องภายในครอบครัวของเธอมากขนาดนี้
คนที่เธอไม่อยากให้เค้าต้องมาลำบากใจกับปัญหาในครอบครัวเธอแบบนี้เลย
แต่กลับเป็นคนที่ให้เธอซบไหล่ร้องไห้ในเวลาแบบนี้
หลังจากที่ได้รู้ความจริง...หนึ่งความคิดในใจบอกเธอว่า
“เลิกกันเถอะ...ไม่อยากให้เค้าต้องมาลำบากกับหนี้สินมากมายขนาดนี้ของเธอ...”
เคยฝันไว้ว่าจะเดินไปด้วยกัน...สร้างครอบครัวด้วยกัน...
แต่ตอนนี้เธอไม่อยากให้เค้าต้องมาแบกรับภาระนี้ร่วมกับเธอเลย
แต่หนึ่งประโยคที่ทำให้เธอเปลี่ยนใจ
“เราไม่เลิกรักเธอเพราะเรื่องแค่นี้หรอกนะ...เราไม่ได้รักเธอเพราะเงินนี่นา”
น้ำตาของเธอไหลริน...
ตอนนี้ไม่รู้ว่ามันเพราะความเสียใจหรือความปลาบปลื้มใจ
เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เธอคิดได้ว่า...
ไม่ว่าจะเวลาใด...และแม้ว่าเธอจะลำบากแค่ไหน...คนคนนี้จะอยู่เคียงข้างเธอได้เสมอ...
วันนี้เป็นวันครบรอบหนึ่งปีหนึ่งเดือนกับอีกหนึ่งวัน
เค้าและเธอเอาของขวัญที่ทำให้มาแลกกัน
Movie Slide ที่รวมรูปและความรู้สึกที่เธอมีให้เค้า...มีเพลงอยู่สามเพลง
...เพลงเธอทำให้ฉันคิดถึงแต่เธอ ...โรส ศิรินทิพย์
...เพลงรัก ... ปุ๊อัญชลี
...เพลงหยุด Version แต่งงาน...บุรินทร์ Groove Rider
แค่เปิดไปถึงเพลงที่สอง...เค้าก็พูดขึ้นมาว่า
“ไม่จริงงงงงง...แค่เพลงที่สองเองนะเนี่ยะ”
เธอหันไปมองหน้าเค้า...
ผู้ชายคนนึง...ร้องไห้ให้กับเธอ...น้ำตาไหลนองหน้า
เธอน้ำตาซึม...ไม่น่าเชื่อว่าจะมีใครซึ้งกับความรู้สึกที่เธอมีให้ได้ขนาดนี้
ยิ่งทำให้เธอมั่นใจในตัวเค้ามากยิ่งขึ้น
แต่อย่างไรก็ตาม...
วันเวลาเพียงแค่หนึ่งปีหนึ่งเดือนกับอีกหนึ่งวัน
เธอเอง...คิดว่ามันเป็นเพียงการเริ่มต้น
บางครั้ง...หนึ่งเสียงในห้วงความรู้สึกบอกเธอไม่ให้ไว้ใจในโชคชะตา
จากเรื่องราวต่างๆที่เกิดกับชีวิตของเธอ...บางครั้งมันเป็นความโชคดีที่ปนกับความโชคร้าย
แต่....บางครั้งมันก็เป็นความโชคร้ายที่มากับความโชคดี...
ตอนนี้กลับรู้สึกว่า...ไม่อยากปักใจกับสิ่งใดมากเกินไป
ไม่อยากเชื่อมั่น...ไม่อยากหวังไกล
เพียงแค่ตอนนี้เราอยู่ด้วยกัน...มีความรู้สึกดีๆให้กัน
คอยดูแลความรู้สึกของกันและกันให้ดี...อยู่กันให้ได้นานๆ
จนกว่าจะถึงวันแห่งโชคชะตา...ที่จะตัดสินว่า...เราจะได้อยู่ร่วมกัน...ณ...ปลายทางนั้นหรือไม่
และฉันหวังว่า...เราจะได้อยู่ด้วยกันนะ...อาบัง